การปรับเครื่องบดกาแฟ

การปรับเครื่องบด

การปรับเครื่องบดให้ได้เวลาในการสกัดให้เหมาะสมนั้น เป็นปัญหามาก ๆ สำหรับมือใหม่ เนื่องจากไม่รู้ว่าจะเริ่มต้นอย่างไรและบางครั้งปรับแล้วเกิดปัญหาต่าง ๆ ตามมา บางครั้งกาแฟไหลเร็วไปบ้าง ไหลช้าไปบ้าง ดังนั้นถ้าอยากปรับเครื่องบด ให้เราคำนึงถึงปัจจัยต่าง ๆ เหล่านี้ ได้แก่

1. ปริมาณผงกาแฟ – สามารถควบคุมได้ง่ายที่สุด ด้วยวิธีการชั่งด้วยเครื่องชั่งแบบดิจิตอล

2. ปริมาณน้ำกาแฟที่สกัดออกมา – สามารถควบคุมด้วยวิธีการใช้แก้วตวง หรือชั่งด้วยเครื่องชั่งแบบดิจิตอล

3. ระยะเวลาในการสกัดกาแฟ – ใช้นาฬิกาจับเวลา ตั้งแต่เริ่มสกัดจนได้ปริมาณตามที่ต้องการ

 

ยกตัวอย่างเช่น เราต้องการชงดับเบิ้ล ช็อต (Double Shot) โดยใช้ปริมาณผงกาแฟ 18 กรัม สกัดให้ได้ปริมาณน้ำ 2 ออนซ์ (60 ml) และใช้เวลาในการสกัดให้ได้ระหว่าง 20-30 วินาที

 

         นอกจากนี้เราต้องทราบการทำงานของเครื่องบดกาแฟว่า ปรับไปด้านไหนทำให้บดละเอียด และปรับด้านไหนทำให้บดหยาบ ซึ่งสังเกตได้จากตัวอักษรที่กำกับ ดังนั้นเราต้องทำความเข้าใจวิธีการปรับเฟืองบดของเครื่องที่เราใช้ด้วย

                             

 

- โดยปกติเครื่องบดส่วนใหญ่เมื่อปรับเฟืองไปทางขวาหรือหมุนทวนเข็มนาฬิกา จะทำให้บดละเอียดขึ้น ส่งผลให้กาแฟไหลช้าลง

                             

 

- และเมื่อเราปรับเฟืองไปทางซ้ายหรือหมุนตามเข็มนาฬิกา จะทำให้บดหยาบขึ้น ทำให้กาแฟไหลเร็วขึ้น

                             

 

ขั้นตอนการเช็คความละเอียด - ความหยาบของผงกาแฟ (Check Shot)

1. ใสปริมาณผงกาแฟให้ได้ตามที่กำหนด ในที่นี้คือ เราใช้ผงกาแฟ 18 กรัม

                             

2. นำไปชงสกัดกาแฟให้ได้ตามปริมาณที่ต้องการ ในที่นี้คือ 2 ออนซ์ พร้อมกับจับเวลา ตั้งแต่เริ่มชงจนน้ำกาแฟได้ถึง 2 ออนซ์

 

- หากกาแฟที่สกัดออกมาได้เวลาสั้นกว่า 20 วินาที หมายความว่า ผงกาแฟที่ชงหยาบเกินไป ให้เราทำการปรับเฟืองให้ละเอียดขึ้น จากนั้นให้บดกาแฟบางส่วนที่เป็นความละเอียดเก่าทิ้งไป

                         

 

- หากกาแฟที่สกัดออกมาได้เวลานานกว่า 30 วินาที หมายความว่า ผงกาแฟที่ชงละเอียดเกินไป ให้เราทำการปรับเฟืองให้หยาบขึ้น จากนั้นให้บดกาแฟบางส่วนที่เป็นความละเอียดเก่าทิ้งไป

                         

               *** การบดกาแฟที่เป็นความละเอียดเก่าทิ้งไปนั้นสำคัญมาก เป็นการป้องกันให้ผงกาแฟที่เป็นความละเอียดเก่าและใหม่ไม่ปนกันในการสกัดครั้งต่อไป ***

 

3. ลองชงดูอีกครั้ง โดยเริ่มจาก ใส่ปริมาณที่กำหนด > ชงพร้อมกับจับเวลา ให้ได้ปริมาณตามที่กำหนด > ตรวจเช็คเวลาในการสกัดกาแฟ ทำซ้ำจนได้ความละเอียด – ความหยาบ ที่เหมาะสม 

                         

 

4. เมื่อได้ความละเอียด – ความหยาบที่เหมาะสมแล้ว ในการชงครั้งต่อไปก็เพียงควบคุมปริมาณให้ได้ตามที่กำหนด หรือถ้าเป็นเครื่องบดแบบ Grind on Demand ก็สามารถเซ็ตเวลา หรือปริมาณในการบดให้ได้ปริมาณผงกาแฟตามที่ต้องการ เท่านี้ก็สามารถลุยชงต่อเนื่องได้ทั้งวัน

               *** เราควรทำการเช็คความละเอียด - ความหยาบ (Check Shot) ให้เหมาะสมในทุก ๆ เช้าก่อนที่จะเริ่มเปิดร้าน และเมื่อการไหลของกาแฟเริ่มเปลี่ยนไป เช่น ไหลเร็วขึ้น หรือช้าลง ก็ควรทำการเช็คความละเอียด - ความหยาบอีกครั้ง ***  

          ทั้งปริมาณผงกาแฟ ปริมาณทำที่ถูกสกัดออกมา และเวลาในการสกัด อาจปรับเปลี่ยนได้ตามความเหมาะสม ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับปัจจัยต่าง ๆ เช่น ชนิดของเมล็ดกาแฟ เครื่องชงที่ใช้ และรสชาติที่เราต้องการ ผู้ที่เริ่มต้นใหม่ ๆ จึงต้องให้ความสำคัญกับการชิมเอสเพรสโซ่ หรือกาแฟที่สกัดออกมา ว่าเมล็ดกาแฟที่ใช้ หากสกัดเร็วมีรสชาติอย่างไร สกัดช้ามีรสชาติอย่างไร แล้วจึงเลือกระยะเวลาที่เหมาะสมสำหรับกาแฟที่ใช้ โดยคำนึงถึงปริมาณผงกาแฟและน้ำกาแฟที่ถูกสกัดออกมาด้วย