ทำความรู้จักกับ Portafilter Basket และแนะนำการเลือกใช้ Basket ที่ใช่ ได้รสชาติที่ชอบ

ทำความเข้าใจบทบาทของ Portafilter Basket

การชงกาแฟเอสเพรสโซให้ได้ผลลัพธ์ที่สมบูรณ์แบบนั้น ทุกรายละเอียดล้วนมีความสำคัญต่อผลลัพธ์ทั้งสิ้น โดยองค์ประกอบที่สำคัญอย่างหนึ่งของเครื่องชงกาแฟเอสเพรสโซ คือ Portafilter Basket แต่จะขอเรียกสั้นๆ ว่า Basket เนื่องจาก Basket ทำหน้าที่หลักคือ ยึดกากกาแฟไม่ให้หลุดลงไปยังแก้วรองช็อตเอสพรสโซ และยังช่วยทำให้เกิดแรงต้านระหว่างการสกัดกาแฟ ที่ส่งผลต่อระยะเวลาในการสกัด คุณภาพ ความสม่ำเสมอ และรสชาติโดยรวมของช็อตเอสเพรสโซ ดังนั้น เราควรทำความเข้าใจถึงความสำคัญและคุณลักษณะของ Basket เพื่อเลือกใช้ให้เหมาะสมกับวิธีการสกัดกาแฟ และได้ผลลัพธ์ของช็อตเอสเพรสโซตามที่เราต้องการ

 

ความสำคัญของการเลือก Basket ที่เหมาะสม

การเลือก Basket ให้เหมาะสมกับการสกัดกาแฟ จะส่งผลต่อรสชาติและคุณภาพของช็อตกาแฟเสมอ สำหรับผู้ที่ชื่นชอบกาแฟ Specialty การเลือก Basket ใช้งานแต่ละครั้ง จึงต้องให้ความสำคัญมากยิ่งขึ้น เนื่องจากเมล็ดกาแฟชนิดพิเศษมักให้รสชาติที่โดดเด่นเป็นเอกลักษณ์ ซึ่งคอกาแฟสามารถเลือกวิธีการสกัดที่เน้นหรือลดทอนรสชาติลงได้ เพียงแค่เลือกใช้ Basket ที่แตกต่างกัน แน่นอนว่าจะช่วยให้ได้รสชาติที่แตกต่างและซับซ้อนของกาแฟได้อย่างเต็มที่ อีกทั้งยังช่วยปลดล็อกศักยภาพของเมล็ดกาแฟได้เต็มประสิทธิภาพ ทั้งนี้ยังเป็นการมอบประสบการณ์ผ่านกาแฟเอสเพรสโซที่แท้จริงอีกด้วย

 

การเลือก Basket พิจารณาจากอะไรบ้าง?

ปัจจุบันมีหลายแบรนด์ที่เริ่มพัฒนา Basket ขึ้นมามากมาย ที่มีความต่างกันตั้งแต่การออกแบบรูปทรง ขนาด วัสดุ ลักษณะรูระบาย และคุณลักษณะอื่นๆ ของ Basket นั้นๆ ซึ่งความต่างทั้งหมดล้วนส่งผลโดยตรงต่อการสกัด ครีม่า ความสม่ำเสมอในการสกัด และโปรไฟล์รสชาติโดยรวม

 

โดยบทความนี้ Bluekoff จะมาบอกเล่าถึงความแตกต่างในแต่ละปัจจัย สำหรับเป็นแนวทางในการเลือกใช้ Basket ตามที่คอกาแฟต้องการ

 

1. ขนาดและรูปทรง

Basket มีหลากหลายขนาด มีรูปทรงที่แตกต่าง ซึ่งแต่ละแบบมีจุดประสงค์เฉพาะ ขึ้นอยู่กับผู้ผลิตและการออกแบบเป็นส่วนใหญ่ โดยขนาดของ Basket จะกำหนดปริมาณผงกาแฟบดที่สามารถบรรจุได้ใน Basket เอาไว้ ที่จะส่งผลต่อความเข้มข้นและรสชาติของเอสเพรสโซ ส่วนใหญ่ Basket จะมีตั้งแต่ขนาด 7 กรัม (Sigle Shot) ไปจนถึง 21-22 กรัม (Double Shot)

นอกจากนี้รูปร่างของ Basket ยังส่งผลต่อการสกัดอีกด้วย ยกตัวอย่างเช่น Basket แบบไร้ขอบ ช่วยให้กระจายผงกาแฟได้ง่ายขึ้น และเกิดการสกัดที่สม่ำเสมอยิ่งกว่าเดิม ในทางกลับกัน Basket ที่มีผนัง 2 ชั้น ถูกออกแบบมาเพื่อเพิ่มการกักเก็บความร้อนภายใน Basket ทำให้อุณหภูมิระหว่างการสกัดมีความเสถียรยิ่งขึ้น

 

การเลือกขนาดและรูปทรงของ Basket ที่สอดคล้องกับสูตรและวิธีการสกัดเอสเพรสโซที่ต้องการนั้น จะช่วยให้ควบคุมกระบวนการสกัดได้อย่างแม่นยำ มั่นใจได้ถึงความสม่ำเสมอ และช่วยให้คอกาแฟสามารถปรับแต่งรสชาติของกาแฟให้เข้ากับความต้องการได้มากขึ้น

 

2. ขนาดรูและการกระจายตัวของรู

รูใน Basket มีหน้าที่ทำให้น้ำร้อนไหลผ่านผงกาแฟบด เพื่อดึงเอารสชาติของกาแฟออกมา ซึ่งขนาดและการกระจายของรูเหล่านี้ มีบทบาทสำคัญในการกำหนดระยะเวลาและคุณภาพของการสกัดกาแฟ ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในกระบวนการสกัดให้สมบูรณ์มากยิ่งขึ้น

โดยขนาดของรูใน Basket จะส่งผลต่ออัตราการไหลและการสกัดของกาแฟ รูที่เล็กลงจะสร้างแรงต้านได้มากขึ้น ส่งผลให้อัตราการไหลช้าลงและใช้เวลาในการสกัดที่นานขึ้น ทำให้ได้ช็อตเอสเพรสโซที่มีรสชาติเข้มข้น ในทางกลับกัน รูที่ใหญ่ขึ้นจะทำให้มีอัตราการไหลที่เร็วขึ้น ส่งผลให้ใช้เวลาในการสกัดเร็วขึ้นและอาจสกัดได้น้อยกว่าด้วย

 

หมายเหตุ: สิ่งสำคัญที่ควรทราบ - ขนาดรูที่เหมาะสมที่สุดอาจแตกต่างกันไปขึ้นอยู่กับปัจจัยต่างๆ เช่น ชนิดของกาแฟ ระดับการคั่ว และโปรไฟล์รสชาติที่ต้องการ

 

รูปแบบการกระจายของรู

การกระจายของรูใน Filter Basket อาจส่งผลต่อกระบวนการสกัด เนื่องจากการกระจายของรูที่สม่ำเสมอ จะช่วยให้มั่นใจได้ว่ากากกาแฟมีความอิ่มตัวด้วยน้ำร้อนอย่างทั่วถึงกัน ส่งผลให้การสกัดมีความสม่ำเสมอมากขึ้น โดยการกระจายตัวของรูที่ไม่สม่ำเสมอ จะทำให้เกิดการสกัดที่ไม่สมบูรณ์ เนื่องจากน้ำร้อนจะไหลไปยังบริเวณที่มีแรงต้านน้อยกว่า ทำให้ได้รสชาติกาแฟที่ไม่สมดุล

ดังนั้น เมื่อคอกาแฟเลือกซื้อ Basket จะต้องพิจารณาในส่วนของขนาดร่วมกับการกระจายตัวของรู โดย Basket ที่มีรูขนาดเล็ก และมีการกระจายตัวของรูที่สม่ำเสมอ จะช่วยยืดระยะเวลาในการสกัดได้นานขึ้น ทำให้สามารถสกัดรสชาติได้ดีขึ้น ในทางกลับกัน Basket ที่มีรูใหญ่กว่า และมีการกระจายตัวที่ไม่สม่ำเสมอ อาจส่งผลให้ใช้เวลาในการสกัดสั้นลง และอาจได้รสชาติที่ไม่สอดคล้องกับความต้องการได้ บางครั้งอาจทำให้มีผงกาแฟหลุดรอดลงไปยังแก้วรองช็อตกาแฟได้อีกด้วย

 

3. การวิเคราะห์รูปแบบการเจาะ

รูกลมแบบดั้งเดิม

Basket แบบดั้งเดิม (Units 8) มักมีการเจาะรูเป็นวงกลม รูเหล่านี้จะกระจายเท่ากันทั่วทั้ง Basket เพื่อปล่อยให้น้ำไหลผ่านและดึงเอารสชาติกาแฟออกมา โดยรูกลมมีการออกแบบที่คลาสสิกและเชื่อถือได้ เพื่อการสกัดที่มีความสม่ำเสมอและได้รสชาติสมดุล

รูกลมที่มีระยะห่างเท่ากัน ช่วยให้กากกาแฟมีความอิ่มตัวสม่ำเสมอ และได้การสกัดที่สม่ำเสมอตามนั่นเอง ดังนั้น Basket ในรูปแบบนี้ จึงกลายเป็นตัวเลือกยอดนิยมในหมู่ผู้ที่ชื่นชอบการสกัดเอสเพรสโซนั่นเอง

 

รูแบบพิเศษเฉพาะ

ความก้าวหน้าในการออกแบบและผลิต Basket ได้นำไปสู่การพัฒนา Basket ในรูปแบบใหม่ๆ อย่าง การเจาะรู และการกระจายตัวของรูที่มีลักษณะเฉพาะ ทั้งยังมีความแม่นยำสูง โดยรูปแบบเหล่านี้มีความพิเศษกว่ารูกลมแบบดั้งเดิม เพราะเป็นการนำเสนอการออกแบบที่เป็นนวัตกรรมใหม่ มีจุดประสงค์เพื่อเพิ่มอัตราการไหล และการสกัดที่เหมาะสม รวมถึงเพิ่มความสมบูรณ์แบบมากยิ่งขึ้นไปอีก

ซึ่งรูที่มีลักษณะการออกแบบพิเศษ รูปแบบเหล่านี้มักจัดทำอย่างมีกลยุทธ์ เพื่อให้แน่ใจว่ามีการสกัดอย่างทั่วถึง เหมาะสำหรับผู้ที่ชื่นชอบการสกัดกาแฟแบบแอดวานซ์ ที่ทำให้สามารถปรับปัจจัยและวิธีการสกัดได้มากขึ้น สามารถควบคุมอัตราการไหลและความอิ่มตัวของผงกาแฟได้ โดย Basket เหล่านี้ ส่งผลให้ได้ผลลัพธ์ด้านรสชาติที่ซับซ้อน ละเอียดลออมากยิ่งขึ้น สามารถดึงเอกลักษณ์ที่โดดเด่นของเมล็ดกาแฟแต่ละแบบออกมาได้เป็นอย่างดี

Bluekoff ขอยกตัวอย่าง Basket จากแบรนด์ MUVNA ซึ่งจะมีรุ่น Matrix และ Mobius ที่มีลักษณะการออกแบบรูที่พิเศษแบบเห็นได้ชัด

 

1. Basket Liquid Matrix 

รูตะแกรงถูกจัดวางอย่างเป็นระเบียบ และกระจายตัวสม่ำเสมอ มีจำนวน 1,482 รู (18g) และ 1,783 รู (20 g, 22 g) โดยขนาดรูตะแกรงจะเล็กกว่ารุ่น Units 8 ทำให้สามารถบดเมล็ดกาแฟได้ละเอียดกว่าปกติ ส่งผลให้อัตราการสกัดมีมากขึ้น และยังทำให้สามารถปรับปัจจัยในการสกัดได้หลากหลายกว่าเดิม เช่น การปรับอุณหภูมิของน้ำร้อน, การปรับอัตราการไหลของน้ำ เป็นต้น

รสชาติของกาแฟที่สกัดจาก Liquid Matrix จะมีกลิ่นหอมของกาแฟที่ชัดขึ้น มีรสชาติที่เข้มข้น ให้ความจัดจ้านและชัดเจน (Clarity) เนื้อสัมผัสมาก

 

2. Basket Liquid Mobius

ขนาดรูตะแกรงจะเล็กกว่ารุ่น Units 8 และจะถูกจัดวางให้มีช่องทึบสลับกัน มีจำนวน 1,057 รู (18 g) และ 1,109 รู (20 g, 22 g) ความพิเศษคือ ทำให้ตะแกรงรุ่นนี้มีเวลาให้น้ำร้อนซึมผ่านผงกาแฟมากขึ้นในช่วงแรกของการสกัด เพื่อสกัดเอารสชาติของกาแฟ รวมถึงน้ำมันที่อยู่ในเมล็ดกาแฟออกมาได้มากที่สุด ทำให้มีเนื้อสัมผัสที่เยอะและนุ่มนวลนั่นเอง

รสชาติของกาแฟที่สกัดจาก Liquid Mobius โดยรวมมีความสมดุลมากขึ้น มีรสหวานขึ้น และเนื้อสัมผัสนุ่มนวลกว่าสองรุ่นแรก รวมถึงมีรสขมที่น้อยลง ทำให้ได้กลิ่นและรสชาติที่ซับซ้อนกว่าเดิม

 

Bluekoff หวังว่าคอกาแฟที่เข้ามาอ่านบทความนี้ จะเข้าใจความสำคัญของ Basket กันมากขึ้น แม้ว่าการเลือก Basket จะเป็นชิ้นส่วนประกอบเล็กๆ ของการสกัดกาแฟทั้งหมด แต่สามารถให้ผลลัพธ์ที่ชัดเจนและเด่นชัดต่อการสกัดกาแฟได้ ขอให้เหล่าคอกาแฟชงกาแฟด้วยความสนุกและได้ดื่มกาแฟที่ดีในทุกๆ วัน...